วันจันทร์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2552
นายเตช บุนนาค
"วันนี้ (27 ม.ค.) นายเตช บุนนาค อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวแสดงความเชื่อมั่นว่า ในวันนี้ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะสามารถชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภาได้กระจ่างหลังถูกฝ่ายค้านโจมตีอย่างหนัก วานนี้ กรณีไม่ไว้ใจในการลงนามการประชุมอาเซียนซัมมิต โดยส่วนตัวมองว่านายกษิตมีคุณสมบัติเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศ และไม่ใช่ตัวถ่วงของรัฐบาลชุดนี้ เพราะนายกษิตเป็นคนที่นายกรัฐมนตรีให้ความไว้วางใจ อีกทั้งยังเป็นที่รู้จักของทั่วโลกในฐานะนักการทูตอาชีพ..."
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000009390
27 Jan 2552
“เตช” การันตี “กษิต” นักการทูตมืออาชีพ ยันไม่ใช่ตัวถ่วง รบ.
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (3)
“เพราะฉะนั้น ความผูกพันของสถาบันพระมหากษัตริย์กับความมั่นคงของประเทศเราจึงอยู่เหนือ ความเข้าใจของประเทศอื่น เพราะเขาไม่เหมือนเรา นี่เป็นเหตุผลภายในของเรา เราจัดชั้นเป็นความมั่นคงแห่งรัฐ เป็นความผิดด้านความมั่นคงแห่งรัฐ”
“Lese Majeste เป็นศัพท์เทคนิคของกฎหมาย ไม่ใช่ลักษณะความผิดของกฎหมาย เป็นศัพท์เฉพาะ ความผิดเช่นนี้ในภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Lese Majeste หรือการดูหมิ่น เหยียดหยามสถาบันฯ ไม่ใช่เรื่องความผิด คำนี้เป็นคำอย่างนั้น แต่ในกรณีของไทยมันเป็นอาชญากรรมที่กระทบต่อ National Security
“เราต้องยอมรับว่า ในอดีต องค์พระมหากษัตริย์นั้น เป็นสมมติเทพ อังกฤษเขาไม่ได้บอกว่ากษัตริย์เขาเป็นสมมติเทพ เขาเป็นเพียงแค่สัญลักษณ์ ญี่ปุ่น ณ วันนี้ก็ไม่ใช่ ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนจักรพรรดินั้นยิ่งใหญ่มาก แต่วันนี้สถาบันกษัตริย์ของเรายังคงความสำคัญอันนี้อยู่ เรายังเทิดทูนและเรายังมีความเชื่ออยู่”
ในตอนท้าย รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงสถานการณ์การโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ และกระแสการเรียกร้องให้มีการยกเลิกกฎหมายอาญามาตรา 112 ว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นมิได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่ลึกๆ แล้วตนทราบมาว่าส่วนหนึ่งเกิดจากขบวนการจัดตั้ง
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000008654
26 Jan 2552
พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค : “ม.112 ไม่ใช่คดีหมิ่นประมาท แต่เป็นความผิดด้านความมั่นคงแห่งรัฐ”
วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2552
นายพีรยศ ราฮิมมูลา
"...นายพีรยศ กล่าวว่า ปัญหากลุ่มโรฮิงยาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ มีที่มาที่ไป คือมาจากการคบคิดขององค์กรระหว่างประเทศอย่างน้อย 2 องค์กร กับคนไทยบางคนที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่นอกประเทศ ที่สร้างกระแสด้านมนุษยธรรม เพื่อจะดิสเครดิตรัฐบาลนายอภิสิทธิ์แล้ว และต้องการบีบให้ประเทศไทยเปิดค่ายผู้ลี้ภัยขึ้นอีกครั้งหนึ่งรับผู้หลบหนี เข้าเมืองพักพิง ก่อนที่จะส่งไปยังประเทศที่ 3 ต่อไป ตนสงสารประเทศไทยที่จะต้องแบกรับปัญหานี้"
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000008480
24 Jan 2552
ส.ส.ปชป.แฉวงจรค้ามนุษย์เบื้องหลัง “โรฮิงยา” หวังดิสเครดิต รบ.
http://www.prachatai.com/05web/th/home/15331
25 Jan 2552
ส.ส. ปชป. ระบุ คนไทยนอกประเทศและองค์กรระหว่างประเทศอยู่เบื้องหลังปัญหาโรฮิงยา
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
"...นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า ตนไม่ใช่ตัวปัญหาแต่ฝ่ายตรงข้ามที่ทำทุกอย่าง โดยไม่อายชาวโลกและฟ้าดิน คือตัวปัญหามากกว่า โดยกล่าวหาว่า ตนไม่จงรักภักดีซึ่งไม่ใช่ความจริง เพราะตนมีความกตัญญูที่สุด โดยสักวันหากใช้กรรมในชาติก่อนได้หมด ทุกอย่างคงดีขึ้นและตนคงไม่โชคร้ายตลอดไป โดยเปรียบเทียบตนเองเหมือน นายเนลสัน มันเดลลา ที่ต่อสู้เพื่อความยุติธรรมจนได้เป็นประธานาธิบดี"
http://www.prachatai.com/05web/th/home/15343
25 Jan 2552
ทักษิณโฟนอิน “ความจริงวันนี้” อ้างฝ่ายตรงสร้างปัญหาไม่อายชาวโลก
วันเสาร์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2552
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (4)
Prime Minister Abhisit Vejjajiva Thursday announced a crackdown on illegal immigration as he defended Thailand against allegations the military left a group of boat people to die on the open seas.
Survivors and a human rights group have accused the army and navy of detaining and beating up to 1,000 members of the Rohingya minority from Burma late last year, before towing them out to sea with little food and water.
"We have to solve the illegal immigrant problem otherwise it will affect our security, economy and the opportunities of Thai labourers," Mr Abhisit told reporters.
"We will push them out of the country," he added.
http://www.bangkokpost.com/breakingnews/135975/pm-vows-crackdown-on-illegal-immigrants
22 Jan 2009
PM vows migrant crackdown
วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2552
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา (2); พล.ร.อ. กำธร พุ่มหิรัญ; นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (3)
***
พล.ร.อกำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ ยืนยันว่า ข่าวทหารเรือไทยกระทำการทารุณโหดร้ายกับผู้ลักลอบหลบหนีเข้าเมืองชาวโรฮิงยา ด้วยการปล่อยลอยลำกลางทะเลให้เสียชีวิต ถือเป็นข่าวที่ไม่เป็นความจริง และเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ...
ผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันผู้หลบหนีเข้าเมืองชาวโรฮิงยาถือเป็นปัญหาความมั่นคงของประเทศ เพราะ เข้ามาครั้งละ 100-200 คน ทำให้เกิดปัญหาด้านสังคมและสาธารณสุขตามมา ดังนั้น เชื่อว่าคงไม่มีคนไทยคนไหน ต้องการให้ผู้หลบหนีเข้าเมือง 200 คนบุกเข้ามาในประเทศไทยอย่างเสรีทุกวัน
***
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ กล่าวกรณีที่บีบีซีเสนอข่าว ทหารเรือทารุณกรรมผู้หลบหนีเข้าเมืองผิด กม. ว่า เรื่องนี้กระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกแถลงการณ์ไปแล้ว เราพยายามดูว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และก็ยินดีจะร่วมมือกับต่างประเทศในการแก้ปัญหาคนเข้าเมืองที่ผิดกฎหมาย เพราะว่าเรื่องนี้กระทบความมั่นคงของเรา แต่หลักของเราก็ชัดเจนว่า การทำอะไร ต้องยึดหลักสิทธิมนุษยชน และเรื่องนี้ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ตนได้นัดกลุ่มสิทธิมนุษยชนต่างๆมาคุยด้วย โดยกำลังประสานเวลากันอยู่ ซึ่งขณะนี้ได้ตัวผู้ประสานงานและบุคคลที่จะมาคุยแล้วและรอเวลาที่สะดวก โดยจะพยายามให้เร็วที่สุดเพื่อจะได้ทราบว่า มีข้อเท็จจริงที่ลักลั่นกันอยู่อย่างไรและมีอะไรที่เขาสงสัย ก็จะได้ช่วยกันแก้
http://www.komchadluek.net/2009/01/17/a001_332346.php?news_id=332346
17 Jan 2552
"อภิสิทธิ์"นัดกลุ่มสิทธิมนุษยชน ถกแก้ไขปัญหาเข้าเมืองผิดกม.
http://news.bbc.co.uk/2/hi/south_asia/7834075.stm
17 Jan 2009
Thailand's deadly treatment of migrants
http://www.prachatai.com/05web/th/home/15261
17 Jan 2552
สื่อนอกตีข่าวทหารไทยผลักไสชาวโรฮิงยาสู่ทะเลอย่างทารุณ ส่วนทางการไทยโต้ข่าวพัลวัน
วันศุกร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2552
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมด้วยพนักงานสอบสวนและเจ้าหน้าที่คดีพิเศษ ดีเอสไอ นำหมายค้นเลขที่ 78/2552 เข้าตรวจสอบบ้านทาวน์เฮาส์หลังหนึ่ง ย่านคันนายาว ภายหลังสืบทราบว่าเป็นสถานที่ใช้เผยแพร่ข้อความหมิ่นสถาบันเบื้องสูงลงใน เว็บไซต์ต่าง ๆ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้อายัดเครื่องคอมพิวเตอร์มาตรวจสอบ สำหรับเจ้าของบ้าน ทราบชื่อนายสุวิชา ท่าค้อ อายุ 35 ปี ได้หลบหนีไปกบดานอยู่กับญาติที่ จ.นครพนม โดยมี พ.ต.ต.กล้าหาญ คล่องพยาบาล พงส. คดีพิเศษ และ ร.ต.อ.เขมชาติ ประกาย หงส์มณี เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน นำกำลังไปติดตามจับกุมได้แล้ว นายสุวิชายังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ตรวจสอบประวัติ เบื้องต้นพบว่า เป็นคนที่ชื่นชอบกีฬา “พารา มอเตอร์”
http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=187958&NewsType=1&Template=1
15 ม.ค. 2552
ม็อบเสื้อแดงโร่ร้องทุกข์ตำรวจ
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค (2)
"นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการเก็บตกจากเนชั่น ถึงการปราบปรามเว็บไซต์หมิ่นเบื้องสูง และข่าวการแถลงข่าวการจับกุมผู้กระทำผิดว่า วันที่ 14 มกราคมจะไม่มีการแถลงข่าวใดๆ และไม่ได้มตั้งใจออกมาพูดเรื่องนี้ ตนไม่ทราบว่าทำไมถึงปล่อยให้เป็นข่าวแบบนี้ ทั้งที่ได้มีการกำชับกันไว้แล้ว
นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า แบ่งความผิดกรณีหมิ่นเบื้องสูงไว้ 3 ระดับ คือ ระดับแรก รู้เท่าไม่ถึงการณ์ หลงผิด เข้าใจผิดในข้อมูล ก็จะเป็นการว่ากล่าวตักเตือน ระดับ 2 คือ จงใจทำผิดโดยมีการถูกจ้างหรือเจตนาไม่ดีอย่างจริงจัง และระดับ 3 เป็นการตั้งใจทำอย่างเป็นกระบวนการ โดยมีวัตถุประสงค์ไม่ชอบ
"เรื่องนี้ไม่เหมือนในหลายประเทศ เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยเป็นยิ่งกว่าสัญลักษณ์ เพราะเป็นสถาบันที่ทำให้ชาติไทยเป็นชาติไทย ได้ทุกวันนี้ ฉะนั้นจึงได้จัดความผิดไว้ในหมวดความมั่นคงแห่งรัฐ ขณะที่ประเทศอื่นๆ จัดไว้ในหมวดหมิ่นประมาท เพราะสำหรับประเทศไทยเป็นการกระทำที่กระทบความมั่นคงอย่างรุนแรง" นายพีระพันธุ์ กล่าว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวด้วยว่า ช่วงที่ผ่านมาได้ปิดเว็บไซต์ไปกว่า 2,000 เว็บ แต่การจับกุมคนทำเว็บไซต์ สามารถทำได้ยาก เนื่องจากกฎหมาย พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ไม่ได้ระบุความผิดไว้โดยเฉพาะและมีหลายจุดที่คลุมเครือ ต่อไปจึงต้องปรับปรุงแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าอีกซักระยะหนึ่ง เว็บหมิ่นเบื้องสูงจะลดน้อยหรือไม่มีเลย
นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อว่า ขอฝากให้ทุกฝ่ายร่วมมือกันเผยแพร่พระเกียรติยศของในหลวง ซึ่งเป็นข้อมูลจริง เพื่อให้คนไทยและชาวโลกได้รับรู้มากขึ้น"
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1231987937&grpid=03&catid=01
15 ม.ค. 2552
รมว.ยธ.รับจับคนทำเว็บหมิ่นฯยาก แบ่งความผิด 3 ระดับ
นายธีระ สลักเพชร
"นาย ธีระ สลักเพชร รัฐมนตรีว่าการ วธ.กล่าวว่า ได้มอบนโยบายขับเคลื่อนวัฒนธรรมให้วัฒนธรรมจังหวัด ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัด 75 จังหวัด และเครือข่ายที่ทำงานกับ วธ.กว่า 100 คน เพื่อร่วมผลักดัน และแก้ปัญหาด้านวัฒนธรรม ที่นายกฯแนะให้ วธ.เน้นเรื่องการนำวัฒนธรรมมาส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคบริการ และสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ มองว่าสำคัญ โดยเฉพาะการสร้างภาพลักษณ์ของประเทศด้วยทูตวัฒนธรรม ดังนั้น วธ.จะเร่งทำเรื่องนี้ให้เป็นรูปธรรมทันที..."
http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01edu02160152§ionid=0107&day=2009-01-16
16 ม.ค. 2552
"มาร์ค"หนุนมิติวัฒนธรรมแก้ใต้
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (2)
"...ใน แง่เศรษฐกิจ วัฒนธรรมเป็นส่วนสำคัญที่สามารถทำให้สัมฤทธิ์ผลได้ในเรื่องการดึงความเชื่อ มั่นกลับคืนมา ตนเคยศึกษาด้านการลงทุน พบว่านักลงทุนต่างประเทศจำนวนมากตัดสินใจมาลงทุนเพราะวัฒนธรรม เพราะคนไทยมีความสัมพันธ์ เข้าอกเข้าใจ ระหว่างนักลงทุน นายจ้าง ลูกจ้าง การนำจุดนี้มาใช้ จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจ และธุรกิจที่จะเติบโตมากที่สุดต่อไป คือ ภาคบริการ ถือเป็นการเพิ่มมูลค่าของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย จะนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศต่อ ไป"
http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01p0104160152§ionid=0101&selday=2009-01-16
16 ม.ค. 2552
"มาร์ค"ชูวัฒนธรรมช่วยฟื้น"ศก."
นายคำนูณ สิทธิสมาน แกนนำกลุ่ม 40 ส.ว. พร้อมด้วย ส.ว. 23 คน
"ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา แกนนำกลุ่ม 40 ส.ว. พร้อมด้วย ส.ว. 23 คน ร่วมกันเข้าชื่อเสนอญัตติให้วุฒิสภา ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาติดตามการบังคับใช้กฎหมาย และมาตรการเกี่ยวกับการพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ ต่อประธานวุฒิสภา
โดยระบุเหตุผลการเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ นี้ ว่า รัฐธรรมนูญตั้งแต่ฉบับแรกถึงปัจจุบัน ให้ความคุ้มครองยกย่องเทิดทูนพระมหากษัตริย์ให้ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่ เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ และยังมีประมวลกฎหมายอาญาและพ.ร.บ.อีกไม่น้อยกว่า 7 ฉบับ ที่ป้องกันพิทักษ์มิให้ผู้ใด จาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์
เมื่อพิจารณากฎหมายทั้งหมดแล้ว นับว่ามีมากเพียงพอที่จะเป็นเครื่องมือในการพิทักษ์สถาบันให้มั่นคงปลอดภัย ได้ แต่กลับปรากฏว่าในรอบ 2 - 3 ปีที่ผ่านมา มีบุคคลบางกลุ่มเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเท็จ ในลักษณะทำนองจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบัน ทั้งทางสิ่งพิมพ์ วิทยุชุมชน โดยเฉพาะเวบไซต์ในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่องและรุนแรงมากขึ้น นับจากเดือนตุลาคม 2551 เป็นต้นมา โดยมีการบังคับใช้กฎหมายเพื่อดำเนินคดีผู้กระทำความผิดได้น้อยและล่าช้ามาก"http://www.bangkokbiznews.com/home/news/politics/politics/2009/01/14/news_6883.php
14 ม.ค. 2552
เสนอตั้งกมธ.ดูกม.พิทักษ์สถาบัน-ครส.ร้องยกเลิก
***
วุฒิสภา
ถนนอู่ทองใน กทม. ๑๐๓๐๐
๑๔ มกราคม ๒๕๕๒
เรื่อง ขอเสนอญัตติให้วุฒิสภาตั้งคณะกรรมการวิสามัญศึกษาติดตามการบังคับใช้กฎหมาย
และมาตรการเกี่ยวกับการพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์
กราบเรียน ประธานวุฒิสภา
โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับ ตั้งแต่ฉบับแรก พุทธศักราช ๒๔๗๕ จนถึงฉบับปัจจุบัน พุทธศักราช ๒๕๕๐ ได้ให้ความคุ้มครองยกย่องเทิดทูนพระมหากษัตริย์ให้ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็น ที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ และยังมีประมวลกฎหมายอาญาและพระราชบัญญัติอีกไม่น้อยกว่า ๗ ฉบับ ที่ป้องกันพิทักษ์มิให้ผู้ใดจาบจ้วงล่วงละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ เมื่อพิจารณาโดยจำนวนแล้วนับว่ามีมากเพียงพอที่จะเป็นเครื่องมือในการทำงาน เพื่อพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ให้มั่นคงปลอดภัยได้ แต่การณ์กลับปรากฏว่าในรอบ ๒-๓ ปีมานี้ มีบุคคลบางกลุ่มดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลและข่าวสารเท็จในลักษณะจาบจ้วงล่วง ละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งทางสื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุชุมชน และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางเว็บไซต์ ทั้งในและต่างประเทศ มาอย่างต่อเนื่อง และทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นนับจากเดือนตุลาคม ๒๕๕๑ เป็นต้นมา โดยมีการบังคับใช้กฎหมายเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดได้น้อยและล่าช้า มาก ทำให้เจตนารมณ์ของกฎหมายเสียหายไปในสาระสำคัญ
วุฒิสภา ในฐานะเป็นองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติ จึงสมควรที่จะได้มีการศึกษาติดตามการบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับการพิทักษ์ สถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อให้ได้รับทราบถึงสภาพปัญหาและอุปสรรคที่เกิดขึ้นเพื่อให้การบังคับใช้ กฎหมายเป็นไปเพื่อเจตนารมณ์ของรัฐสภาในฐานะที่เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่ด้าน นิติบัญญัติหรือการอนุมัติกฎหมาย และเพื่อนำไปสู่การปรับปรุงหรือแก้ไขกฎหมายให้มีความสมบูรณ์และเหมาะสมมาก ยิ่งขึ้นในอนาคต รวมทั้งศึกษาแสวงหามาตรการทางสังคมอื่นๆ นอกเหนือจากมาตรการทางกฎหมายด้วย
ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ข้าพเจ้าสมาชิกวุฒิสภาผู้มีรายนามข้างท้ายนี้ จึงขอเสนอญัตติตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ.๒๕๕๑ ข้อ ๓๘ เพื่อให้ที่ประชุมวุฒิสภามีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาติดตามการ บังคับใช้กฎหมาย และมาตรการเกี่ยวกับการพิทักษ์สถาบันพระมหากษัตริย์ โดยมีกำหนดระยะเวลาการปฏิบัติงานตามภารกิจ ๑๘๐ วัน
สำหรับเหตุผลและรายละเอียดเพิ่มเติมจะได้ชี้แจงในที่ประชุมวุฒิสภาต่อไป
ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง
ผู้เสนอญัตติ
(นายคำนูณ สิทธิสมาน)
สมาชิกวุฒิสภา หมายเลข ๐๑๒
ศาสตราจารย์เกียรติคุณตรึงใจ บูรณสมภพ
รองศาสตราจารย์ประเสริฐ ชิตพงศ์
รองศาสตราจารย์ทรงศักดิ์ ศรีอนุชาต
รองศาสตราจารย์อัจฉรา เตชฤทธิพิทักษ์
พันตำรวจโทจิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์
วันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2552
บรรณาธิการ นสพ. ไทยรัฐ
"...ส่วนพรรคเพื่อไทยและกลุ่มคนเสื้อแดง ก็ควรจะยอมรับ และทบทวนวิธีการเคลื่อนไหวของตน เพราะเคยประกาศมาโดยตลอดว่าที่ออกมาเคลื่อนไหวก็เพื่อปกป้องรัฐธรรมนูญ ปกป้องการเลือกตั้ง ปกป้องประชาธิปไตย และต่อต้านเผด็จการ ผลการเลือกตั้งคือการแสดงออกของกลุ่มพลังเงียบ ตามวิถีทางรัฐธรรมนูญ ส่วนการเที่ยวไล่ปาไข่ นักการเมือง ไม่ใช่การต่อสู้ตามวิถีทางรัฐ-ธรรมนูญ"
http://www.thairath.co.th/news.php?section=politics01&content=119002
14 ม.ค. 52
ผลเลือกตั้งคือประชามติ
ลำแข คอลัมน์งานเป็นเงา นสพ. มติชน
"เรา เคยภาคภูมิใจกันนักหนากับความเป็นเอกราชของชาติ ที่ไม่เคยเป็นเมืองขึ้นประเทศตะวันตก แต่เราไม่เคยได้เรียนรู้ที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงประเทศ ด้วยการเปลี่ยนแปลงความคิดอ่านให้ทันกับความรู้ต่างๆ และสถานการณ์โลก
วันนี้เราจึงเสียเอกราชทั้งทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมเสียยิ่งกว่าเสียบ้านเสียเมืองจริงๆ เสียอีก เพราะเป็นทาสเขาโดยไม่ตระหนักรู้ตัว
เป็นทาสเขาด้วยความยินดีเต็มใจ และอย่างยิ้มแย้มมีความสุข
ไม่ ว่าการทุ่มเทจับจ่ายซื้อของนอกกันตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ ขณะเดียวกับบริโภคทั้งอาหารจริงๆ อาหารสมอง และอาหารบันเทิงรูปแบบต่างๆ กันแบบเทน้ำเทท่า"
http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01ent03140152§ionid=0105&day=2009-01-14
14 Jan 2552
ราคาที่ต้องจ่าย
บริษัท ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน จำกัด (มหาชน)
"ล่าสุดโรบินสันได้จัดแคมเปญ โรบินสัน ไชนีส นิวเยียร์ (Robinson Chinese New Year) 2009 ระหว่างวันที่ 16 มกราคม-15 กุมภาพันธ์นี้ โดยเน้นจุดขายในสินค้าเสริมสิริมงคล ทั้งเสื้อผ้า เครื่องสำอาง จิวเวลรี กระเป๋าแฟชั่น ฯลฯ ตามความเชื่อของชาวไทยเชื้อสายจีน คาดว่าจะสร้างยอดขายไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาท โดยเทรนด์ปีนี้ นิยมเสื้อผ้าสไตล์โรแมนติค แฟชั่นแนวจีนประยุกต์ ในรูปแบบที่ทันสมัยยิ่งขึ้น ประกอบกับนิยมลวดลายประยุกต์เฉดสีแดง-ส้ม"
http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01eco03140152§ionid=0103&day=2009-01-14
14 Jan 2552
เทศกาลตรุษจีนปีนี้ส่อแววกร่อย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
" สำหรับข่าวโทรทัศน์วันนี้ที่มีการคุยข่าว ไปเรื่อยๆ เป็นอันตราย แม้ข้อดีคนจะได้มี ความเพลิดเพลิน แต่อันตรายของการคุยข่าวคือ การชี้นำ เพราะไม่เหมือนกับการอ่านข่าวหรือประกาศข่าวอย่างที่เราเห็นในอดีต ถ้าคุยอย่างเดียวไม่มีข่าวก็น่าเป็นห่วง เพราะมีการชี้นำตั้งแต่คำพูดไปจนถึงสีหน้าที่เราสัมผัสอยู่ทุกวัน แต่ก็ไม่อยากให้รัฐเข้าไปยุ่ง องค์กรวิชาชีพควรเอาปัญหานี้มาพูดคุยกัน ความพอดีและมาตรฐานควรเป็นอย่างไร เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี" นายกรัฐมนตรีกล่าว
http://www.matichon.co.th/matichon/view_news.php?newsid=01p0109140152§ionid=0101&selday=2009-01-14
14 Jan 2552
"อภิสิทธิ์"ห่วงทีวี"คุยข่าว" ชี้นำ"อันตราย"
วันอังคารที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2552
เจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่กฎอัยการศึกและ พ.ร.บ.ฉุกเฉิน
http://www.prachathai.com/05web/th/home/15211
13 Jan 2552
นศ.ยะลาฟ้องทัพบก-กลาโหม เรียกค่าเสียหายถูกซ้อม สร้างบรรทัดฐานให้รัฐรับผิดคดีละเมิด
วันเสาร์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2552
ป่าสงวนแห่งชาติเชียงดาว
...ย้อนหลังกลับไปเมื่อเช้ามืดของวันที่ 26 ม.ค.2532 เจ้า หน้าที่ได้เข้าปิดล้อมและจับกุมชาวบ้านปางแดงใน ซึ่งเป็นชาวดาระอั้งหรือปะหล่อง โดยก่อนจะควบคุมตัวไป ทางเจ้าหน้าที่อ้างกับชาวบ้านว่าจะพาไปทำบัตรประชาชน ในขณะที่เจ้าหน้าที่บางคนก็บอกว่า จะพาไปรับแจกผ้าห่ม ก่อนจะตั้งข้อหาชาวบ้านปางแดงจำนวน 29 คนในข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติเชียงดาว
ต่อมา ในเดือน มี.ค.2541 เจ้าหน้าที่ได้เข้าปิดล้อมหมู่บ้านปางแดงอีกครั้งหนึ่ง และจับกุมชาวบ้านซึ่งเป็นชนเผ่าปะหล่อง ลาหู่ และลีซู จำนวน 56 ราย ในข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติเชียงดาว จากการสอบถามชาวบ้านพบว่า ลักษณะการจับกุมไม่มีหมายค้น ไม่มีหมายจับแต่อย่างใด
กระทั่ง เช้ามืดของวันที่ 23 ก.ค. 2547 เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ตำรวจ ทหาร และ อส.จำนวน 200 นาย ได้สนธิกำลังเข้าทำบุกจับชาวบ้านปางแดงนอก อีกเป็นครั้งที่ 3 ในจำนวนนี้รวมคนพิการ เช่นว่า ขาขาด ตาบอด และหญิงท้องแก่รวมอยู่ด้วย จำนวน 48 ราย เป็นชาย 36 ราย หญิง 12 ราย เป็นชาวเขาเผ่าลาหู่ 25 รายชนเผ่าปะหล่อง 19 ราย ชนเผ่าลีซู 1 ราย และคนพื้นเมืองอีก 3 ราย ทั้งหมดถูกจับกุมในข้อหาบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติ ด้วยข้อหาเดิมๆ ทั้งที่ชาวบ้านกลุ่มนี้กำลังพักผ่อนนอนหลับอยู่ในบ้าน...
http://prachatai.com/05web/th/home/15167
10 ม.ค. 2552
รายงาน : ปางแดง...ชาติพันธุ์ การดำรงอยู่ กับความหวังครั้งสุดท้าย !? (ตอน 1)
นายอัษฎา ชัยนาม
"นาย อัษฎา ชัยนาม อดีตเอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปลี่ยนสถานที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน เป็น อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยนายอัษฎา กล่าวว่า การแถลงย้ายที่ประชุมนั้น อาจทำให้เสียหน้าทั้งรัฐบาลและภาพพจน์ของประเทศ เพราะอาจถูกมองว่าสถานการณ์ในประเทศไม่มีความมั่นคงปลอดภัย...
นายอัษฏา ยังตั้งคำถามต่อกลุ่มเสื้อแดงว่า พวก เขาคงลืมการดำเนินนโยบายของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีในสมัยรัฐบาลพรรคไทยรักไทยที่เคยขอความร่วมมือจากพรรคประชา ธิปัตย์ให้มีนโยบายร่วมกัน เพื่อความเป็นเอกภาพของการเมืองภายในประเทศ ในระหว่างเกิดปัญหาสถานการณ์การเมืองระหว่างประเทศ เพราะไม่ว่าพรรคใดก็เป็นคนไทยเหมือนกัน แต่ในขณะนี้กลุ่มเสื้อแดง กลับพยายามที่จะโจมตีโค่นล้มรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ โดยใช้วิธีการล้มการประชุมระหว่างประเทศซึ่งรัฐบาลเป็นเจ้าภาพ เพียงเพราะหวังว่าจะทำให้รัฐบาลชุดนี้อยู่ไม่ได้ เป็นเรื่องแตกต่างจากการชุมนุมประท้วงในเวทีระหว่างประเทศโดยทั่วๆ ไปที่มักจะประท้วงขับไล่แขกผู้มาเยือนรัฐบาล ไม่ใช่ประท้วงรัฐบาลของตัวเองต่อหน้าคนชาติอื่น ซึ่งอาจสร้างความสับสนต่อชาวต่างชาติที่มาร่วมประชุมหรือมาเยือนประเทศไท"
http://prachatai.com/05web/th/home/15147
9 ม.ค. 2552
อดีตเอกอัครราชทูตฯ ชี้ประท้วงรัฐบาลของตัวเองต่อหน้าคนชาติอื่นเป็นเรื่องไม่เหมาะสม
คณะอนุกรรมาธิการกำกับติดตามการป้องกันและปราบปรามเว็บไซต์และการกระทำหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ คณะกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร
ภารกิจ
1. พิจารณาสอบสวน หรือ ศึกษาเรื่องใด ๆ เกี่ยวกับการกำกับติดตามป้องกันการปราบปรามเว็บไซต์และการกระทำหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
2. ศึกษาข้อมูล ข้อเท็จจริง รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลในเรื่องต่าง ๆ แล้วจัดทำรายงานเสนอคณะกรรมาธิการการทหาร
3. อื่น ๆ ตามที่คณะกรรมาธิการหรือประธานคณะกรรมาธิการมอบหมาย
รายนามคณะอนุกรรมาธิการชุดนี้มีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นประธาน มีอนุกรรมาธิการประกอบด้วย นายจุติ ไกรฤกษ์ นายวัชระ ยาวอหะชัน นายธนิตพล ไชยนันท์ นายไมตรี สอยเหลือง พันโทเจียรนัย วงศ์สอาด นางจินตนา สุนทรพิพิธ นางสาวสุภาลักษณ์ ตั้งจิตต์ศีล นายบุญยอด สุขถิ่นไทย และนายทศพล เพ็งส้ม"
http://www.protecttheking.net/index_main.html
รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ; ศาลชั้นต้น, ศาลอุทธรณ์กรณี ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล
ปีก่อนหน้า ประเด็นนี้เป็นศาตราวุธสำคัญในการฟาดฟันคู่ขัดแย้งทางการเมือง มีหลายคนโดนแจ้งข้อหานี้ บ้างได้ประกันตัว อย่างกรณี สนธิ ลิ้มทองกุล, สุลักษณ์ ศิวรักษ์, วีระ มุสิกพงษ์, จักรภพ เพ็ญแข ฯ บ้างหลบหนีการแจ้งข้อกล่าวหา อย่างกรณีชูชีพ ชีวสุทธิ์, สุชาติ นาคบางไทร บ้างถูกโยงให้พัวพันกับคดีนี้ไปอย่างพันลึก อย่างกรณีจิตรา คชเดช,โชติศักดิ์ อ่อนสูง (2549) บ้างสร้างความท้าทายแปลกใหม่ให้สังคมไทย อย่างกรณี โจนาธาน เฮด บ้างถูกบุกจับอย่างเงียบเชียบ อย่างกรณี พระยาพิชัย, ท่อนจัน สองนักท่องเว็บชื่อดัง...
หากรวมกับ Harry Nicolaides ก็นับเป็นผู้ต้องหาตัวเล็กๆ 3 รายที่ต้องนอนห้องขังมานานหลายเดือนในระหว่างประสานงานต่อสู้คดี... โดย ที่สังคมไม่มีโอกาสติดตามข่าวคราว ตรวจสอบเรื่องราวของพวกเขานัก หรืออีกนัยหนึ่งคือ ไม่มีสื่อใดสนใจติดตามข่าวของพวกเขา ผู้ซึ่งไม่สามารถใช้สิทธิประกันตัวออกมาสู้คดีได้เช่นคนอื่นๆ ผู้ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า ถูกสังคมพิพากษาแล้วก่อนจะมีคำพิพากษา กระทั่ง บางทีมันอาจถูกนับรวมอยู่ในความโล่งอกโล่งใจของใครหลายคนด้วย"
***
‘ดา ตอร์ปิโด’ : ชีวิตที่ไม่อาจล่วงรู้ชะตากรรม
"...ในชั้นพิจารณาคดี ศาลชั้นต้นได้ยกคำร้องขอปล่อยคราวเช่นกัน และทนายได้โต้แย้งต่อศาลอุทธรณ์ว่า การสั่งไม่ปล่อยชั่วคราวตาม ม.108/1 นั้นต้องเข้าข่าย ผู้ต้องหา/จำเลย จะหลบหนี,จะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน, จะไปก่อเหตุอันตรายประการอื่น, ผู้ร้องขอประกันไม่น่าเชื่อถือ, จะ ไปก่อความเสียหายต่อการสอบสวนหรือดำเนินคดี ซึ่งคดีนี้ไม่ปรากฏว่าจำเลยจะไปยุ่งกับพยานหลักฐานเพราะพนักงานสอบสวนได้ ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ส่วนการหลบหนีนั้นเป็นเพียงข้อสันนิษฐานโดยไม่ปรากฏเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลย จะหลบหนี ส่วนที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าคดีนี้เป็นเรื่องร้ายแรงนั้นเป็นการวินิจฉัย ข้อเท็จจริงนอกสำนวน และขัดต่อรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 39วรรค 2 และ 3 เพราะคดีนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา ยังไม่แน่ว่าจำเลยได้กระทำผิดตามฟ้องหรือไม่ จึงต้องถือว่าจำเลยบริสุทธิ์
เอกสาร คำร้องขอปล่อยชั่วคราวยังระบุอีกว่า การไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราวจะทำให้เป็นอุปสรรคต่อการต่อสู้คดีของจำเลย การรวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริงต่างๆ ทำได้ยากลำบาก อาจทำให้เสียความยุติธรรมได้ และเมื่อเปรียบเทียบกับโทษคดีข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาฯ ซึ่งมีโทษถึงประหารชีวิต ศาลก็ยังเคยปล่อยตัวชั่วคราวมาแล้ว หรือแม้แต่คดีของบุคคลมีชื่อเสียงอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ศาลก็เคยให้ปล่อยชั่วคราว โดยสั่งอนุญาตตั้งแต่ยังอยู่ในห้องพิจารณาคดี นอกจากนี้ในชั้นฝากขังพนักงานสอบสวนคัดค้านการปล่อยชั่วคราว ขณะที่ในชั้นพิจารณาคดีของศาลที่ำกำลังดำเนินอยู่นี้ พนักงานอัยการโจทก์ไม่ได้คัดค้านการขอปล่อยชั่วคราว จึงร้องขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งปล่อยชั่วคราวในระหว่างพิจารณาคดี
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ราวกลางเดือนธันวาคม ศาลอุทธรณ์ได้ยืนยันเหตุผลเดิมของศาลชั้นต้น พิจารณายกคำร้อง ไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว..."
http://prachatai.com/05web/th/home/15158
9 ม.ค. 2552
รายงาน: ชะตากรรม 2 นักโทษหญิงคดีหมิ่นฯ
พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 สำนักงานอัยการสูงสุด
โจทก์ : พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 7 สำนักงานอัยการสูงสุด
จำเลย : นางบุญยืน หรือติ๋ม ประเสริฐยิ่ง
ข้อหา : หมิ่นประมาท ดูหมิ่น รัชทายาท
เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2551 เวลากลางคืนหลังเที่ยง จำเลยได้ปราศรัยบนเวทีประชาชนที่ท้องสนามหลวง ด้วยการกระจายเสียงทางเครื่องกระจายเสียงท่ากลางประชาชนที่มาฟังจำนวนหลายคน ในเรื่องหมิ่นประมาท ดูหมิ่น องค์รัชทายาท โดยประการที่น่าจะทำให้องค์รัชทายาทเสื่อมเสียเกียรติ เสียชื่อเสียง และถูกเกลียดชัง เหตุเกิดที่ แขวงพระบรมมหาราชวัง เขต พระนคร กรุงเทพมหานคร ขอให้ลงโทษตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ วางโทษจำคุก ๑๒ ปี จำเลย
ให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ ให้กึ่งหนึ่ง คงลงโทษจำคุก ๖ ปี./
http://www.crcourt.com/aryaweb/view_case_detail.php?hidTabPage=3&black_running=205021&court_running=2
6 พ.ย. 2551
วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2552
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
"นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะอนุกมธ.กำกับและติดตามการป้องกันและปราบปรามเว็บไซต์หมิ่น พระบรมเดชานุภาพ กล่าวถึงความคืบหน้าในการเขียนกฎหมาย เพื่อเอาผิดกับผู้ที่กระทำการกระหมิ่นพระบรมเดชานุภาพทางเว็บไซต์ว่า ขณะนี้ได้ ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 เสร็จแล้ว มีจำนวนทั้งสิ้น 30 มาตรา โดยมีสาระสำคัญคือ กำหนดให้กระทรวงไอซีที ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อจับตาผู้ทำผิดฐานหมิ่นสถาบันฯ ทางเว็บไซต์โดยเฉพาะ จากเดิมที่ให้หน่วยงานที่ดูเว็บละเมิดกฎหมาย และเว็บโป๊ มาดูเว็บหมิ่นสถาบันฯ ด้วย
นอกจากนี้ ยังกำหนดโทษให้ผู้หมิ่นสถาบันฯ ทางเว็บไซต์ มีโทษจำคุก3-15 ปี ขณะที่ผู้ให้บริการเว็บไซต์นั้นๆ รวมถึงเจ้าของไอพีแอดเดรส และเกตเวย์ ก็จะมีความผิดในฐานะผู้ร่วมกระทำผิดด้วย และจะมีโทษหนักกว่าคือ จำคุกตั้งแต่3-20 ปีด้วย
"สาเหตุที่ต้องร่างกฎหมายดังกล่าวขึ้นมา เพราะสถานการณ์เว็บหมิ่นฯ ขณะนี้รุนแรงมาก แต่กฎหมายเก่ายังไม่มีความชัดเจน ทั้งบทลงโทษ และการปฏิบัติ ทั้งนี้เชื่อว่าภายในวันที่ 21 ตุลาคมนี้ น่าจะสามารถเอาเข้าที่ประชุมพรรค เพื่อให้เสียงส่วนใหญ่รับรอง ก่อนบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมสภาต่อไป" นายพีระพันธุ์กล่าว
เมื่อถามว่าหาก ส.ส.รัฐบาลไม่รับร่างกฎหมายฉบับนี้ จะทำอย่างไร เพราะมีคนในรัฐบาลและมวลชนที่สนับสนุน ถูกฟ้องร้องในคดีหมิ่นสถาบันฯ เป็นจำนวนมาก นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า ประชาชน ก็จะได้รู้ว่า คนเหล่านั้นคิดอย่างไรกับกฎหมายที่ทำเพื่อในหลวงฉบับนี้"
http://www.parliament.go.th/news/news_detail.php?prid=166986
2008-10-21
ปชป.ร่างกม.เอาผิดเว็บหมิ่นสถาบันฯ
พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว; นาย มั่น พัธโนทัย; พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา; พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ; นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์
"พล. ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น. ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม กรณีการดำเนินคดีฐานหมิ่นเบื้องสูง ว่า เรื่องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)สั่งกำชับดูแลกรณีคดีหมิ่นเบื้องสูง ตามป.อาญามาตรา 112 ให้ทุกหน่วยปฏิบัติอย่างเข้มงวดและจริงจังถือเป็นนโยบาย ไม่ว่าจะเป็นสื่อใดๆหรือบุคคลที่กล่าวพาดพิงตามเวที เว็ปไซด์ วิทยุชุมชนถ้าพบให้ดำเนินการอย่างรวดเร็วตามระเบียบที่ตร.สั่งไว้..."
***
"นาย มั่น พัธโนทัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ถึงการดำเนินการกับเว็บไซต์บนอินเตอร์เน็ตและสื่อต่างๆ ที่เข้าข่ายลักษณะความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือกระทำการไม่เหมาะสมอันเป็นการดูหมิ่นสถาบัน ว่า จะมีการหารือถึงการซื้อเครื่องมือสร้าง เกตเวย์ (ฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ ในการช่วยเป็นตัวจับสัญญาณที่ต่อเชื่อมไว้ระหว่างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ใช้) ราคาตั้งแต่ 1 ร้อยล้านถึง 5 ร้อยล้าน เพื่อป้องกันเว็บไซต์ประเภทนี้ที่มาจากต่างประเทศ ซึ่งเว็บหมิ่นฯ ประมาณ 86% มาจากต่างรปะเทศ อย่างไรก็ตาม โดยกระทรวงไอซีทีจะเน้นดำเนินการกับเว็บไซต์หมิ่นสถาบันมากกว่าเว็บไซต์ ลามกอนาจารหรือเว็บไซต์ก่อการร้าย"
***
"พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ย้ำให้ทหารทุกหน่วยกองทัพบกดำเนินการทางกฎหมายกับทุกกลุ่มที่จาบจ้วงหมิ่น สถาบันเบื้องสูง... ว่า สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันหลักของปวงชนชาวไทย ซึ่งมีแนวความคิด 2 เรื่อง คือ 1.ต้องไม่ดึงพระองค์ท่านลงมายุ่งเกี่ยวกับเงื่อนไขต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง เรื่องความขัดแย้ง 2.ต้องไม่จาบจ้วงสถาบัน ไม่ทำอะไรที่หมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพทุกกรณี กองทัพบกจะดำเนินการทุกอย่างตามกฎหมาย ไม่ให้คนใดกลุ่มใดมาจาบจ้วงหรือหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ"
"หลังการเข้ายึดอำนาจของคณะมนตรีความมั่นคง แห่งชาติ กองทัพบกได้มอบหมายให้กองทัพภาคที่ 1 จัดตั้ง ฉก.6080 เพื่อดำเนินการติดตามขบวนการละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งการเผยแพร่ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือสื่ออื่นๆ เพื่อยับยั้งการดำเนินการดังกล่าวไม่ให้ขยายตัวไปมากกว่านี้ โดยกองทัพบกจะปรับ ฉก.6080 รองรับการการปฏิบัติงานตามคำสั่งดังกล่าว เพื่อให้การทำงานเกิดประสิทธิภาพ"
***
"พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ได้มีบันทึกลงวันที่ 27 ตุลาคมให้ บช.น. บช.ก. ภ.1-9 บช.ส. สตม. และสำนักเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (สทส.) ตั้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเป็นการเฉพาะเพื่อเฝ้าระวังติดตาม ตรวจสอบการกระทำที่เข้าข่ายความผิดและเร่งตรวจสอบเว็บไซต์บนอินเตอร์เน็ตและ สื่อต่างๆ ที่เข้าข่ายลักษณะความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือกระทำการไม่เหมาะสมอันเป็นการดูหมิ่นสถาบัน หากพบให้รีบดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เฉียบขาด รวดเร็ว..."
***
"นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า... พ.ต.ท.ทักษิณยังพยายามเบี่ยงเบนการตัดสิน คดีที่ดินรัชดาฯว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างสามัญชนกับคนชั้นสูง ซึ่งเป็นแนวคิดเดียวกับนายจักรภพผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบัน จากนั้นก็มีเว็บไซต์ ใบปลิว และขบวนการใต้ดินที่พูดถึงความขัดแย้งระหว่างชนชั้นและโจมตีตุลาการ ถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ร้ายแรงของนายสมชาย ซึ่งพรรคเตรียมหารือในที่ประชุม ส.ส.ว่าจะเอาอย่างไรกับนายสมชาย เพราะปล่อยให้มีขบวนการทำลายเบื้องสูง จนกองทัพต้องเรียกร้องให้หน่วยงานเกี่ยวข้องรับผิดชอบ"
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1225119948
28 ตุลาคม พ.ศ. 2551
"มั่น"คุยทุ่มร้อยล้านซื้อเกตเวย์ดักเว็บหมิ่นเบื้องสูง ผบช.น.ลั่นตำรวจมีหน้าที่ปกป้องสถาบันเช่นกองทัพ
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
"นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์หลังการประชุมว่า เป็นการประชุมร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ในการดำเนินการกับการเผยแพร่ข้อมูลหมิ่นสถาบันเบื้องสูงผ่านสื่ออิเล็ก ทรอนิกส์และเว็บไซต์ต่างๆ โดยช่วงหลังมีการอ้างเรื่องเสรีภาพการสื่อสารแต่คงไม่สามารถยอมให้มีเรื่อง การหมิ่นสถาบันเบื้องสูงได้ จึงต้องเร่งดำเนินการ..."
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1231415017&grpid=03&catid=01
8 มกราคม พ.ศ. 2552
รัฐบาล"อภิสิทธิ์"จี้จัดการ"เว็บหมิ่น"-วิทยุชุมชนด้วย
ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล
"ที่ปรึกษา มท.จี้หน่วยงานความมั่นคงเข้มงวดเว็บไซต์ แพร่ข้อความขัดจารีตประเพณี ทำลายความสามัคคีคนในชาติ รวมถึงแต่งเติมเรื่องราว ไม่เคารพบุคคลผู้อาวุโส หลังเรียกผู้บริหารเว็บไซต์ ร่วมประชุมขอความร่วมมือแล้ว แต่ยังละเลยไม่รับผิดชอบ"
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000147049
14 ธันวาคม 2551
“ม.ล.ปนัดดา” จี้รัฐบาลเอาจริง ลุยเว็บไซต์ทำชาติแตกแยก
***
"“ม.ล.ปนัดดา” เขียนบทความ เนื่องในวันกรมพระยาดำรงฯ ชี้คนโลภอำนาจบริหาร หวังครอบงำกลไกรัฐ-เศรษฐกิจ-การเมืองเบ็ดเสร็จ ทำลายความรักและกลมเกลียวของคนไทย ไม่เคยมียุคไหนที่แบ่งภาคกันสุดโต่งเท่ายุคนี้ เตือนสติข้าราชการยึดมั่นความเป็นข้าแผ่นดิน ไม่ใช่คนของพรรคการเมือง"
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000142204
2 ธันวาคม 2551
“ม.ล.ปนัดดา” จวกคนโลภอำนาจทำลายสังคมไทย-ปลุก ขรก.มีสำนึก “ข้าของแผ่นดิน”
***
"ม.ล.ปนัดดา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า กระทรวงมหาดไทยจะมีการตั้งคณะกรรมการพิเศษเพื่อพิจารณา สอบสวนและเอาผิดผู้เกี่ยวข้องกับการหมิ่นสถาบันทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการให้สัมภาษณ์ การปราศรัย การจัดทำเว็บไซต์จาบจ้วงสถาบัน เนื่องจาก ขณะนี้กระทรวงมาหาดไทยได้รับข้อมูลจำนวนมากทั้งจากที่ประชาชนร้องเรียนมายัง กระทรวงและข้อมูลที่กระทรวงมีอยู่จากการข่าว รวมถึงข้อมูลที่ได้รับจากกองปราบปรามและกระทรวงไอซีที ซึ่งพบว่าเวลานี้มีขบวนการจัดตั้งเพื่อหมิ่นสถาบัน ไม่ว่าจะเป็นการพูดในเชิงไม่เหมาะสม โดยพาดพิงถึงเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ซึ่งประทับอยู่ในคนไทยทั้งชาติมาเป็นระยะยาวนาน อันเป็นการกระทำที่สร้างความเจ็บปวดให้กับคนไทยทั้งชาติ ดังนั้นต้องมีการดำเนินการเอาผิดกับเหล่าบุคคลเหล่านี้อย่างเด็ดขาด"
http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9510000127677
28 ตุลาคม 2551
“ม.ล.ปนัดดา” เหลืออดเสนอถอนสัญชาติคนหมิ่นเบื้องสูง-ดูถูกบ้านเมืองตัวเอง
วันพุธที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2552
พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์
"พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การปฏิรูปการเมืองอันดับแรกจะต้องหามาตรการป้องกันการซื้อเสียงให้ได้ เพราะกฎหมายที่มีอยู่ แม้จะเข้มงวด แต่ถ้าคนปฏิบัติไม่ยึดถือก็ไม่มีประโยชน์ ดังนั้นจึงควรต้องแก้ไขระบบการตรวจสอบให้มีการถ่วงดุลซึ่งกันและกัน และเห็นว่าควรเปลี่ยนที่มา โดยองค์กรอิสระทั้งหลายควรมาจากการแต่งตั้งสรรหาขององคมนตรี ทั้ง ส.ว. กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ว่าการการตรวจเงินแผ่นดิน แต่หากจะทำเช่นนี้ ควรต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ และปรับอำนาจหน้าที่ให้พอดี ไม่ใช่มหาศาล และต้องมีองค์กรที่มาตรวจสอบถ่วงดุลได้
"ชอบกล่าวกันว่ากลัวจะถูกยึดโยง เราก็ไม่ได้คนดีมาทำงานเสียที ฉะนั้นองค์กรอิสระต่าง ๆ ควรให้องคมนตรีทั้งคณะเลือก ถ้าท่านคัดมา คนที่ถูกคัดมา ผมว่าไม่กล้าทำความเสียหาย ไม่งั้นทั้งวงศ์ตระกูลก็ด่างพร้อย และองคมนตรีที่เลือกมาต้องรับผิดชอบ แต่เราชอบห่วงว่าทำไมดึงเบื้องสูงลงมา แต่ผมว่าถ้าให้ท่านคัดเลือก คนจะกลัว ผมเชื่ออย่างนี้ และมันก็ไม่ถึงจุดนั้นเสียที""
http://www.bangkokbiznews.com/2009/01/03/news_325152.php
3 มกราคม พ.ศ. 2552
"เสธ.หนั่น"เสนอองคมนตรีตั้งองค์กรอิสระ
ร้อยตรีหญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี; นายสือ ล้ออุทัย
"ร้อยตรีหญิงระนอง รักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อ สาร เปิดเผยว่า สำหรับมาตรการแรกที่จะดำเนินการหลังรับตำแหน่งรัฐมนตรีว่า การฯ คือ การปิดกั้นเว็บไซต์ที่เผยแพร่ข้อความหรือภาพที่หมิ่นพระบรมเดชานุ ภาพ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของรัฐบาลที่ต้องปกป้องสถาบันพระมหา กษัตริย์ โดยที่ผ่านมากระทรวงไอซีทีได้ดำเนินการปิดกั้นเว็บไป แล้วกว่า 2,300 เว็บ และได้เตรียมการขออำนาจศาลให้มีการพิจารณาเพื่อระงับ การเผยแพร่ข้อมูลผ่านเว็บเพิ่มอีก 400 เว็บ รวมทั้งจะมีการดำเนินการ แก้ไข พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 เพื่อ เพิ่มอำนาจในการดำเนินการให้กับกระทรวงไอซีที โดยจะต้องรอหลังเปิด สภาฯ ก่อน พร้อมกันนี้กระทรวงฯ ยังจะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรม เพื่อดำเนินการขั้น รุนแรงกับผู้กระทำความผิด โดยอาจกำหนดบทลงโทษที่หนักขึ้นให้มีทั้งการปรับ และการจำคุก..."
"ด้านนายสือ ล้อ อุทัย ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวเพิ่มเติม ว่า กระทรวงฯ จะดำเนินการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังภัยคุกคามด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศขึ้น โดยใช้งบประมาณปี 2552 จำนวน 45 ล้าน เพื่อจัดซื้อ อุปกรณ์และจัดจ้างเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ใน ลักษณะ WAR ROOM โดยจะประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ทหาร ตำรวจ อัยการสูงสุด เป็นต้น เพื่อติดตามเฝ้าระวังภัยดังกล่าว อย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น"
http://www.mict.go.th/ewt_news.php?nid=1558&filename=index
รมว. ไอซีที ชี้แจงมาตรการปิดกั้นเว็บหมิ่น
วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2552
นายตวง อันทะไชย
"นายตวงอภิปรายว่า นโยบายของรัฐบาลชุดนี้ไม่ได้แตกต่างกับรัฐบาลที่ผ่านมา แต่รัฐบาลนี้มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาในปัจจุบันมากกว่า แต่สิ่งที่รัฐบาลนี้จะต้องฝ่าฟันไปให้ได้ คือในเรื่องของความเชื่อมั่นและต้องอดทนเพื่อให้ทุกอย่างผ่านไปได้ นอกจากนี้รัฐบาลชุดนี้จะละเลยในเรื่องของการปกป้องเทิดทูลสถาบันพระมหา กษัตริย์ไม่ได้เพราะที่ผ่านมาเป็นเพียงวาทะกรรมแต่ไม่สามารถทำให้เป็นจริง ได้ เรามีพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์แต่กลับละเลยและไม่สามารถทำได้จริง"
http://www.komchadluek.net/2008/12/31/a001_329519.php?news_id=329519
"อภิสิทธิ์”ลั่น"ปกป้องสถาบันฯ" ฟื้นเชื่อมั่นฯ - สร้างสมานฉันท์
30 ธันวาคม 2551 20:28 น.